วิเคราะห์หุ้น DELTA: เมื่อกราฟขึ้นถึง 127.2% แต่กำไรกลับลดลง

🟡 วิเคราะห์หุ้น DELTA: เมื่อกราฟขึ้นถึง 127.2% แต่กำไรกลับลดลง
หุ้น DELTA กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ราคาทะยานขึ้นแตะระดับ Fibonacci 127.2% ที่ราว 206.50 บาท — จุดที่สะท้อนแรงซื้อมหาศาลจากทั้งกลุ่มเก็งกำไรและนักลงทุนที่มองอนาคตอุตสาหกรรม AI–EV แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นระดับที่หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า…
“ราคานี้ยังสะท้อนพื้นฐานอยู่ไหม?”
ลองประเมินทุกมิติไปพร้อมกันครับ 👇
________________________________________
1️⃣ การขึ้นมาถึง 127.2% — สัญญาณเตือนของแรงซื้อที่อาจหมดรอบ
กราฟ DELTA ล่าสุดแสดงการขึ้นแรงต่อเนื่องจนถึงโซน Fibonacci 127.2% @ 206.50 บาท
ซึ่งในเชิงเทคนิคถือเป็น “จุดเร่งสุดท้าย” ของขาขึ้นรอบใหญ่
📍 เมื่อราคาวิ่งแรงขนาดนี้:
• โอกาสเกิด “การพักฐาน (Pullback)” หรือ “กลับตัวชั่วคราว” สูงมาก
• นักลงทุนที่เข้ามาช่วงต้นรอบ มักเริ่มทยอยขายทำกำไร
• ถ้าไม่มีปัจจัยใหม่มารองรับ เช่น งบโตแรงกว่าคาด หรือข่าวดีด้านอุตสาหกรรม ราคามักเข้าสู่ช่วง “ย่อเพื่อหาฐานใหม่”
ด้านพื้นฐานล่าสุด (Q2/2025) บริษัทมีรายได้เติบโตเพียง 6.5% YoY
แต่ กำไรสุทธิลดลงกว่า 29.5% YoY — จุดนี้คือสัญญาณ “แรงซื้อมากกว่าพื้นฐาน” อย่างชัดเจน
🔸 สรุป:
ราคาที่ขึ้นถึง 127.2% บ่งชี้แรงซื้อมหาศาล แต่ก็สะท้อน “ความร้อนแรงเกินจริง” และความเสี่ยงในการกลับตัว หากไม่มีปัจจัยใหม่หนุนในรอบถัดไป
________________________________________
2️⃣ งบ Q3/2025 (24 ต.ค. 68) – ราคานี้เกินมูลค่าหรือยัง?
มาดูตัวเลขพื้นฐานกันชัด ๆ 👇
รายการ ตัวเลขโดยประมาณ
รายได้ Q2/2025 44,490 ล้านบาท (+6.5% YoY)
กำไรสุทธิ 4,629 ล้านบาท (−29.5% YoY)
EPS 12 เดือนล่าสุด ~1.46 บาท
ราคาหุ้น (อิงกราฟ) ~200 บาท
P/E โดยประมาณ ≈ 137 เท่า!
แม้บทวิเคราะห์บางสำนักคาดว่า
• ปี 2025 กำไรอาจโต +11.6% YoY (ราว 21,130 ล้านบาท)
• ปี 2026 โตต่ออีก +36% (ราว 28,820 ล้านบาท)
แต่ถึงอย่างนั้น P/E ยังสูงเกิน 80–100 เท่า
ถือว่า “ราคานำหน้าอนาคตไปไกล” และเปิดช่องให้เกิดแรงขายได้ง่าย หากผลประกอบการไม่ถึงเป้า
🔸 สรุป:
ราคาช่วง 200 บาทสะท้อนความคาดหวังเกินจริง (Overvalued)
เว้นแต่งบ Q3 จะสร้างเซอร์ไพรส์เชิงบวก — ไม่เช่นนั้นความเสี่ยงในการ “ปรับฐานหลังประกาศงบ” มีสูงมาก
________________________________________
3️⃣ ความหมายของ “ติดแคชบาลานซ์” – เมื่อการเก็งกำไรแรงเกินพื้นฐาน
หลายคนสงสัยว่า “ติดแคชบาลานซ์” คืออะไร?
ตลาดหลักทรัพย์จะใช้มาตรการนี้ เมื่อหุ้นมีการซื้อขายผิดปกติ — เช่น ราคาพุ่งแรง หรือมีการเก็งกำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ
📘 ความหมายสั้น ๆ:
หุ้นที่ “ติด Cash Balance” ต้องซื้อด้วยเงินสดเต็มจำนวน ห้ามใช้เครดิต หรือ Margin
ผลกระทบที่มักเกิดขึ้น:
• แรงซื้อจากรายย่อยลดลงทันที (เพราะใช้วงเงินไม่ได้)
• ราคาหุ้นมักเข้าสู่ภาวะ “พักตัวหรือย่อแรง” ชั่วคราว
• หุ้นที่พื้นฐานยังดี มักฟื้นหลังพ้นระยะ 3 สัปดาห์
• หุ้นที่ราคานำหน้าพื้นฐาน มักเข้าสู่รอบปรับฐานระยะกลาง
ในกรณีของ DELTA —
ด้วยราคาที่สูงกว่าปัจจัยพื้นฐานและ P/E ระดับเกิน 100 เท่า
หากมีการวิ่งแรงต่อเนื่อง ก็เข้าข่ายเสี่ยง ถูกเข้ามาตรการ Cash Balance ได้ง่ายมาก
🔸 สรุป:
Cash Balance ไม่ได้แปลว่าหุ้นไม่ดี
แต่หมายถึง “แรงเก็งกำไรสูงผิดปกติ”
และบ่งชี้ว่า “ตลาดกำลังส่งสัญญาณเตือนให้ระวัง”
________________________________________
🎯 บทสรุปภาพรวมความเสี่ยง DELTA
มิติ สถานะปัจจุบัน ความเสี่ยง
📈 ราคาเทียบเทคนิค ขึ้นแตะ 127.2% @206.50 เสี่ยงพักฐานหรือกลับตัว
💰 พื้นฐาน Q2/25 รายได้โตแต่กำไรลด 29.5% ผลประกอบการยังไม่รองรับราคา
⚖️ มูลค่า (P/E) ~130–140 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหลายเท่า
🚨 งบ Q3 (24 ต.ค. 68) ความคาดหวังสูง ถ้าผิดคาด = แรงขายทันที
💳 Cash Balance มีโอกาสเข้ามาตรการ ลดแรงซื้อและสภาพคล่อง
________________________________________
💡 มุมมองเชิงกลยุทธ์
• ผู้ถืออยู่แล้ว:
แนะนำทยอยขายหรือปรับลดพอร์ตบางส่วน เพื่อป้องกันแรงย่อหลังประกาศงบ
• ผู้รอจังหวะเข้า:
ยังไม่เหมาะจะ “ไล่ราคา” ควรรอให้ราคาย่อตัวมาที่โซนฐานใหม่ หรือรอผ่านรอบ Cash Balance ก่อน
• นักลงทุนระยะยาว:
DELTA ยังเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งในเชิงธุรกิจ
แต่ “ราคาปัจจุบัน” สะท้อนอนาคตมากเกินไป — ควรรอจังหวะที่ Valuation สมเหตุสมผลกว่านี้
________________________________________
🔍 บทสรุปสุดท้าย
DELTA วันนี้ ไม่ใช่หุ้นน่ากลัว — แต่เป็นหุ้น “น่าระวัง”
เพราะราคานำหน้ากำไรไปไกล
และเมื่อแรงซื้อสะสมมากเกินไป … ตลาดย่อมต้องพักหายใจ
________________________________________
หุ้น DELTA กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ราคาทะยานขึ้นแตะระดับ Fibonacci 127.2% ที่ราว 206.50 บาท — จุดที่สะท้อนแรงซื้อมหาศาลจากทั้งกลุ่มเก็งกำไรและนักลงทุนที่มองอนาคตอุตสาหกรรม AI–EV แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นระดับที่หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า…
“ราคานี้ยังสะท้อนพื้นฐานอยู่ไหม?”
ลองประเมินทุกมิติไปพร้อมกันครับ 👇
________________________________________
1️⃣ การขึ้นมาถึง 127.2% — สัญญาณเตือนของแรงซื้อที่อาจหมดรอบ
กราฟ DELTA ล่าสุดแสดงการขึ้นแรงต่อเนื่องจนถึงโซน Fibonacci 127.2% @ 206.50 บาท
ซึ่งในเชิงเทคนิคถือเป็น “จุดเร่งสุดท้าย” ของขาขึ้นรอบใหญ่
📍 เมื่อราคาวิ่งแรงขนาดนี้:
• โอกาสเกิด “การพักฐาน (Pullback)” หรือ “กลับตัวชั่วคราว” สูงมาก
• นักลงทุนที่เข้ามาช่วงต้นรอบ มักเริ่มทยอยขายทำกำไร
• ถ้าไม่มีปัจจัยใหม่มารองรับ เช่น งบโตแรงกว่าคาด หรือข่าวดีด้านอุตสาหกรรม ราคามักเข้าสู่ช่วง “ย่อเพื่อหาฐานใหม่”
ด้านพื้นฐานล่าสุด (Q2/2025) บริษัทมีรายได้เติบโตเพียง 6.5% YoY
แต่ กำไรสุทธิลดลงกว่า 29.5% YoY — จุดนี้คือสัญญาณ “แรงซื้อมากกว่าพื้นฐาน” อย่างชัดเจน
🔸 สรุป:
ราคาที่ขึ้นถึง 127.2% บ่งชี้แรงซื้อมหาศาล แต่ก็สะท้อน “ความร้อนแรงเกินจริง” และความเสี่ยงในการกลับตัว หากไม่มีปัจจัยใหม่หนุนในรอบถัดไป
________________________________________
2️⃣ งบ Q3/2025 (24 ต.ค. 68) – ราคานี้เกินมูลค่าหรือยัง?
มาดูตัวเลขพื้นฐานกันชัด ๆ 👇
รายการ ตัวเลขโดยประมาณ
รายได้ Q2/2025 44,490 ล้านบาท (+6.5% YoY)
กำไรสุทธิ 4,629 ล้านบาท (−29.5% YoY)
EPS 12 เดือนล่าสุด ~1.46 บาท
ราคาหุ้น (อิงกราฟ) ~200 บาท
P/E โดยประมาณ ≈ 137 เท่า!
แม้บทวิเคราะห์บางสำนักคาดว่า
• ปี 2025 กำไรอาจโต +11.6% YoY (ราว 21,130 ล้านบาท)
• ปี 2026 โตต่ออีก +36% (ราว 28,820 ล้านบาท)
แต่ถึงอย่างนั้น P/E ยังสูงเกิน 80–100 เท่า
ถือว่า “ราคานำหน้าอนาคตไปไกล” และเปิดช่องให้เกิดแรงขายได้ง่าย หากผลประกอบการไม่ถึงเป้า
🔸 สรุป:
ราคาช่วง 200 บาทสะท้อนความคาดหวังเกินจริง (Overvalued)
เว้นแต่งบ Q3 จะสร้างเซอร์ไพรส์เชิงบวก — ไม่เช่นนั้นความเสี่ยงในการ “ปรับฐานหลังประกาศงบ” มีสูงมาก
________________________________________
3️⃣ ความหมายของ “ติดแคชบาลานซ์” – เมื่อการเก็งกำไรแรงเกินพื้นฐาน
หลายคนสงสัยว่า “ติดแคชบาลานซ์” คืออะไร?
ตลาดหลักทรัพย์จะใช้มาตรการนี้ เมื่อหุ้นมีการซื้อขายผิดปกติ — เช่น ราคาพุ่งแรง หรือมีการเก็งกำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ
📘 ความหมายสั้น ๆ:
หุ้นที่ “ติด Cash Balance” ต้องซื้อด้วยเงินสดเต็มจำนวน ห้ามใช้เครดิต หรือ Margin
ผลกระทบที่มักเกิดขึ้น:
• แรงซื้อจากรายย่อยลดลงทันที (เพราะใช้วงเงินไม่ได้)
• ราคาหุ้นมักเข้าสู่ภาวะ “พักตัวหรือย่อแรง” ชั่วคราว
• หุ้นที่พื้นฐานยังดี มักฟื้นหลังพ้นระยะ 3 สัปดาห์
• หุ้นที่ราคานำหน้าพื้นฐาน มักเข้าสู่รอบปรับฐานระยะกลาง
ในกรณีของ DELTA —
ด้วยราคาที่สูงกว่าปัจจัยพื้นฐานและ P/E ระดับเกิน 100 เท่า
หากมีการวิ่งแรงต่อเนื่อง ก็เข้าข่ายเสี่ยง ถูกเข้ามาตรการ Cash Balance ได้ง่ายมาก
🔸 สรุป:
Cash Balance ไม่ได้แปลว่าหุ้นไม่ดี
แต่หมายถึง “แรงเก็งกำไรสูงผิดปกติ”
และบ่งชี้ว่า “ตลาดกำลังส่งสัญญาณเตือนให้ระวัง”
________________________________________
🎯 บทสรุปภาพรวมความเสี่ยง DELTA
มิติ สถานะปัจจุบัน ความเสี่ยง
📈 ราคาเทียบเทคนิค ขึ้นแตะ 127.2% @206.50 เสี่ยงพักฐานหรือกลับตัว
💰 พื้นฐาน Q2/25 รายได้โตแต่กำไรลด 29.5% ผลประกอบการยังไม่รองรับราคา
⚖️ มูลค่า (P/E) ~130–140 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหลายเท่า
🚨 งบ Q3 (24 ต.ค. 68) ความคาดหวังสูง ถ้าผิดคาด = แรงขายทันที
💳 Cash Balance มีโอกาสเข้ามาตรการ ลดแรงซื้อและสภาพคล่อง
________________________________________
💡 มุมมองเชิงกลยุทธ์
• ผู้ถืออยู่แล้ว:
แนะนำทยอยขายหรือปรับลดพอร์ตบางส่วน เพื่อป้องกันแรงย่อหลังประกาศงบ
• ผู้รอจังหวะเข้า:
ยังไม่เหมาะจะ “ไล่ราคา” ควรรอให้ราคาย่อตัวมาที่โซนฐานใหม่ หรือรอผ่านรอบ Cash Balance ก่อน
• นักลงทุนระยะยาว:
DELTA ยังเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งในเชิงธุรกิจ
แต่ “ราคาปัจจุบัน” สะท้อนอนาคตมากเกินไป — ควรรอจังหวะที่ Valuation สมเหตุสมผลกว่านี้
________________________________________
🔍 บทสรุปสุดท้าย
DELTA วันนี้ ไม่ใช่หุ้นน่ากลัว — แต่เป็นหุ้น “น่าระวัง”
เพราะราคานำหน้ากำไรไปไกล
และเมื่อแรงซื้อสะสมมากเกินไป … ตลาดย่อมต้องพักหายใจ
________________________________________
Feragatname
Bilgiler ve yayınlar, TradingView tarafından sağlanan veya onaylanan finansal, yatırım, alım satım veya diğer türden tavsiye veya öneriler anlamına gelmez ve teşkil etmez. Kullanım Koşulları bölümünde daha fazlasını okuyun.
Feragatname
Bilgiler ve yayınlar, TradingView tarafından sağlanan veya onaylanan finansal, yatırım, alım satım veya diğer türden tavsiye veya öneriler anlamına gelmez ve teşkil etmez. Kullanım Koşulları bölümünde daha fazlasını okuyun.